June 2026: 6min zone4 with IF 16/8:Overreaching, HRV, Focus
Introduction
หลังจากที่ได้รู้ปัจจัยที่ทำให้ค่า HRV สูงขึ้นแล้ว ก็คือ จำนวนชั่วโมงการอดในแต่ละวัน18-36hr คือ sweetspot หลังจากที่ได้รู้ว่า 6min zone4 ทำได้ทุกวัน และดีต่อสมองและการโฟกัสกับการทำงาน สิ่งต่อมาที่จะต้องทำคือ พัฒนา reading continuity และ อ่านหนังสือในแต่ละวันให้ได้มากขึ้น
Method
- ลองวิ่ง 6min zone4-5 ใน HR range ต่างๆกัน และดูผลของตัวแปร Meditation Focus continuity,Reading continuity, Energy, Emotion, God mode, sleep hrv,% Deep sleep, Major Block practices (count)
- HR range ในการวิ่ง คือ ต้น zone4, ปลาย zone4, ต้น zone5, zone4 ช่วง 4 นาทีแรก - zone5 2 นาทีท้าย
- ทดลองกินแต่อาหารที่ไม่ปรุง(ทำเอง) ที่ไม่มีรสจัดมาดึงสมาธิเวลาจะอ่านหนังสือตอนกินข้าว แล้วดูผล Major Block practices (count) โดยรวมว่าเพิ่มขึ้นไหม
- งดสิ่งบันเทิงฉาบฉวย(passive entertainment) เช่นการ์ตูนซับไทย ที่ไม่ต้องออกแรงทำอะไร แค่นั่งดูเสพไปเรื่อยๆ(passive rest) แล้วดูว่า Major Block practices (count) เพ่ิ่มขึ้นไหม รวมถึง Meditation focus continuity
- แต่การอ่าน(หนังสือ)การ์ตูน, หนังพากย์อังกฤษจัดว่าต้องออกแรงสมองเล็กน้อย(Active rest) เช่น แปลงภาพนิ่ง, ตีความภาษาอังกฤษ เป็นต้น สมองจะยังคงความสมดุลของ Dopamine ไว้ได้ จึงจัดว่าทำได้ในปริมาณพอเหมาะ
Result
- ถือศีล 8(งดสิ่งบันเทิง) ร่วมกับอดข้ามวัน 42hr สัปดาห์ละครั้ง ในวันหยุด(ที่ไม่ต้องทำกิจกรรมอะไร) เพียงพอที่จะช่วยให้กลับมานั่งสมาธิดีขึ้นได้(แม้จะดูการ์ตูนทุกวันที่เหลือ) นอกจากนี้ยังเป็นการ Deep recovery ทำให้สมองแจ่มใส สุขภาพจิดดี ความจำดี เคลียร์ Beta-Amyloid(ขยะจากการสร้างและใช้งาน) ในสมอง ทำให้สามารถกลับมาใช้ศักยภาพสมอง ที่สร้างขึ้นจากการออกกำลังกายในสัปดาห์ได้อย่างเต็มที่(prime stage) ตื่นมาอีกวันเหมือนได้ของขวัญคือสมองใหม่ ที่แจ่มใสกว่าเดิม
Disscussion
Conclusion
Fact logs
📊 Monthly Tracking Table
*Notes:1=Worse/drop, 2=Good/Same-same, 3=Excellent/Satisfied
| Date | Exercise | :Avg.pace(+warm, rest period) | Morn Weight (kg) | Eating Finished time | :Fasting (hr) | :Heavily seasoned food(1/0) | Handskill | Meditation Focus continuity | Reading continuity | Energy | Emotion | God mode (0/1) | Major Block practices (count) | Eye exercise | Passive Entertainment(1/0) | Sleep time | hr | % Deep sleep | HRV(ms) | Temp(c) | 2-sentence Notes |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Notes: | Zone2 60min HIIT(zone4) =90s & walk 90s x6 4x4(Norwegian) =zone4-5 4min & walk 3min x4 zone4-5 =10min zone2(warm up) then 6min zone4-5 | - | <50kg might inhibit god mode in fasting, but cortisol instead | 0=All day Fasting | - | - | Hyperfocus 200%, appears in the 2nd-3rd day of prolonged fasting | 1: Pencil push up 10min 2: Isometric 10min | Less than 7 hr decrease focus continunity | ||||||||||||
| 29 | zone4-5 low flow | 6:14 | 48.8 | 8 | 22 | 0 | 3 | 2 | 1 | 3 | 3 | 1 | 0.5 | - | 1 | 22:10 | 6:06 | 36 | 51 | - | |
| 30 | zone4-5 low flow | 6:16 | 49 | 8 | 22 | 0 | 3 | 2 | 3 | 3 | 3 | 1 | 1 |
*อาจเพิ่ม Trade W/L
Opinions
📝 Evening Idea Scratchpad (จดดิบๆ ไว้ที่นี่)
- 29 วันนี้วิ่ง zone4-5 low flow หลังอดข้ามวัน 36 hr วิ่งแบบ progressive flow
- 30 วันนี้วิ่ง zone4-5 low flow นั่งสมาธิดีมาก หลังจากเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิเพชร
Opinions on fact logs ที่สะสมมาเรื่อยๆจากแต่ละเดือน
🏛️ Monthly Synthesis (สรุปท้ายเดือน - เขียนเมื่อตกผลึกแล้ว)
-
6min zone 4-5 wild ได้ผลจริง เราสามารถทำงานได้ดีขึ้นมาก Handskill ระดับ ultrafine ในทุกวัน,สามารถคิดได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มี noise มหาศาลมาขวาง ได้ BDNF เพียงพอ โดยที่ไม่มีความล้า และ Cortisol
ต่างจากการวิ่ง 4x4 ที่จะล้าและเกิด cortosol, HIIT zone4 90sx6 ที่จะดีด นั่งสมาธิไม่ลง, zone2 ที่จะนิ่งๆ แต่ไม่ได้ทำงานเร็วขึ้น, ไม่ได้ออกกำลังกาย ที่จะไม่มีอะไรดีขึ้นให้วิ่งอยู่ที่ปลาย zone4(edge)เป็น sweetspot สูงสุดสำหรับทำให้เกิด Transient hypoxia โดยทีไม่เกิดความล้า หรือ CNS fatigue แบบใน zone5 ซึ่งจะกลายเป็น Drawback แทนในการพัฒนาสมอง- ในธรรมชาติ เราไม่ได้วิ่ง แบบจำกัดความเร็วตัวเองแค่ zone4 หรอก ส่วนใหญ่เวลาหนีสัตว์นักล่า ก็วิ่งแบบใส่สุดเท่าที่ทำได้ทั้งนั้น(zone4-5) แต่ก็ไม่น่าจะเกิน 6 นาที
เอาเป็นว่าจะ เปลี่ยน protocol เป็นทำอย่างเต็มที่เท่าที่ทำได้(zone4-5 ตามสภาพร่างกายในวันนั้น) โดยจำกัดเวลาไว้ 6 นาทีต่อวัน เท่านั้น =6min zone4-5 wild
วันปกติ Fasting > 20 hr ช่วยให้ค่า HRV ตอนนอนสูงขึ้น และ ไม่ถูกความคิดแง่ลบครอบงำ
- คำนวณจากสถิติในเดือนที่ผ่านๆมา Fasting >=20hr(ส่วนใหญ่ IF 22/2) ได้ Avg.hrv 56.09ms, Fasting <20hr ได้ Avg. HRV 47.12ms
- นอกจากนี้ยังช่วยให้สมองใส อารมณ์ดี ไม่ถูกปีศาจในตัวครอบงำ ถ้าช่วงไหนอดน้อยกว่า 20 ชม. (เช่น IF 12/12, IF 16/8) จะเกิดความคิดไม่ดีต่อคนอื่นได้ง่ายมาก
AIบอกว่า เป็นภาวะ Hyperarousal ที่พบได้ง่าย ใน ADHA trait คือ ซึ่งการอด >20 ชม. จะช่วยเพิ่ม GABA และ การป้องกันการอักเสบต่างๆในสมอง ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายสงบได้ดี ไม่ถูกปีศาจครอบงำ นอกจากนี้ การกินตลอด 12 ชม. จะกระตุ้นการอักเสบจากอนุมูลอิสระเรื่อยๆ จากการเผาผลาญ(Postprandial Inflammation)
ปัจจัยที่อาจมีผลต่อ HRV
ปัจจัยเชิงบวก
- Fasting > 20 hr ส่วนใหญ่ HRV เฉลี่ยจะสูงกว่า(ดูตารางเก่าๆ) คือ Fasting >=20hr ได้ Avg.hrv 56.68ms, Fasting <20hr ได้ Avg. HRV 48.06ms
- ออกกำลังกายแบบพอดีๆ ส่วนใหญ่วันที่วิ่ง zone2 มักจะทำให้ HRV ตอนนอนสูงขึ้น
ซึ่งวันที่ออกกำลังกายหนัก ต้องมีวันพักวิ่ง zone2 คั่นเสมอ คือ วิ่ง 4x4 1 วัน เว้น zone2 1 วัน, วิ่ง 6min zone4-5 2 วัน เว้น zone2 1 วัน - ก่อนนอนฟังเพลงของ Drew Holcomb เป็นเพลงทำนอง Americana ทำนองอบอุ่น ความหมายดีเกี่ยวกับชีวิต
- ความไม่เครียด ไม่กังวล - ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลย้อนกลับจาก ฟังเพลงก่อนนอนของ Drew, Fasting >20hr, การออกกำลังกายที่พอดีๆ
ปัจจัยที่ไม่ได้มีผลเท่าไหร่
- อุณหภูมิ - ช่วงเดือนพ.ค. ลองเปิดแอร์นอน แม้จะพยายามเปิด 24-25c ค่า HRV ก็ไม่ได้เพิ่ม แถมยังอาจมีบางวันลงกว่าเดิมอีก(รู้สึกความเย็นกัดกิน แทนที่จะหลับสบาย) แต่บางช่วงเปิดแอร์ 26-28c ค่า HRV เฉลี่ยยังดูสูงกว่าอีก (แต่ข้อมูลที่เก็บยังไม่มากพอนะ)
- เวลาการกิน?? - กินดึกก่อนนอน ก็ยัง HRV สูงขึ้นในหลายๆวัน ถ้ามีชั่วโมงการอดมากกว่า 18 ชม(IF 18/6) แต่เนื่องจาก บางทีออกกำลังกายตอนเช้า แล้วไม่ได้กิน สมองจะเบลอ คิดอะไรซับซ้อนไม่ได้ตอนทำงาน จึงหยุดการทดลองไป
- เวลานอน - นอนดึกกว่าปกติ ไม่ได้ทำให้ HRV ต่ำลง
**ถือศีล 8(งดสิ่งบันเทิง) ร่วมกับอดข้ามวัน 45hr สัปดาห์ละครั้ง
- การถือศีล 8 งดสิ่งบันเทิงกระตุ้นอารมณ์ สัปดาห์ละ 1 วัน เป็นการทำ dopamine fasting เพื่อเพิ่ม dopamine baseline ซึ่งทำสัปดาห์ละครั้ง ก็เพียงพอที่จะช่วยให้กลับมานั่งสมาธิดีขึ้นได้(แม้จะดูการ์ตูนทุกวันที่เหลือ)
- การอดข้ามวัน(Prolonged fasting) เป็นการ Deep recovery ทำให้สมองแจ่มใส สุขภาพจิดดี ความจำดี เคลียร์ขยะ Beta-Amyloid(ขยะจากการสร้างและใช้งาน) ในสมอง ทำให้สามารถกลับมาใช้ศักยภาพสมอง ที่สร้างขึ้นจากการออกกำลังกายในสัปดาห์ได้อย่างเต็มที่(prime stage) ตื่นมาอีกวันเหมือนได้ของขวัญ คือสมองใหม่ ที่แจ่มใสกว่าเดิม
- ระบบประสาท จะสร้าง(growth) ด้วยการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการบำรุงรักษาและทำความสะอาดที่ดีด้วย(deep recovery) ด้วยการ Prolonged fasting > 24hr อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เราจะเก่งขึ้นได้ ต้องมีการสลับกันระหว่าง การสร้าง(กิน+ออกกำลังกาย) และ เก็บกวาดซ่อมแซม(นอนหลับที่ดี + อดอาหาร ให้เกิด autophagy) อย่างสมดุล
งดอาหารที่ปรุงรสมากๆ เพราะจะทำให้เสียขบวนสมาธิทั้งวัน
- อาหารที่ปรุงรสจัดๆ โดยเฉพาะหวานจัด เพราะ จะกระตุ้นความรู้สึก(กระตุ้น dopamine) และดึงดูดสมาธิจากหนังสือ ทำให้โฟกัสแย่ลง พอโฟกัสแย่ลง คิดอะไรไม่ออก ก็จะหนีไปดูการ์ตูน หาสิ่งบันเทิงเบาสมองทำ(กระตุ้น dopamine เพิ่มไปอีก) และแม้จะกินเสร็จแล้ว หลุดดูสิ่งบันเทิงแล้ว แต่ dopamine baseline พังไปแล้ว จะกลับมาอ่านหนังสือต่อ ก็โฟกัสได้ยากในช่วงเวลาที่เหลือของวัน
- กินอาหารปรุงรสมากๆ -> สมาธิถูกดึงไปอยู่ที่รสชาติ -> อ่านหนังสือไปด้วยไม่ได้ -> หนีไปดูสิ่งบันเทิงเบาสมอง -> สมาธิในวันนั้นพัง
- เหมือนกับว่า กินอาหารปรุง จะส่งผลต่อสมาธิมากกว่าดูสิ่งบันเทิงอีกแฮะ เพราะว่า สิ่งบันเทิงยังส่งผลแค่เรื่องสมอง แต่อาหารปรุงนี่ คือส่งผลทั้งทางกายและสมองเลย
- ผลต่อร่างกาย ได้รับสารอักเสบจากน้ำมันพืช และอาหารอาจย่อยยาก
- ผลต่อสมอง ถ้าเป็นอาหารย่อยง่ายเช่นคาร์บเชิงเดี่ยว ก็ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดก็ยิ่งสมาธิเสียอีก และ ถ้าเผลอกินมากไปยิ่งแน่นท้องคิดอะไรไม่ออก(จนเป็นข้ออ้างให้ไปดูสิ่งบันเทิง) และกลายเป็นวงจรลูกโซ่(dead chain) แห่งการทำลาย will power และ focus
- ถ้าเป็นสิ่งบันเทิง ก็จะมีผลกับสมองอย่างเดียว
- ชีวิตคงต้องเลือก ว่าอยากได้รสอร่อยชั่วคราว แต่ชีวิตเสียโอกาสอันมีค่า(สมาธิและเวลาในการอ่านหนังสือ) หรือ กินแต่อาหารรส(ธัญพืช+ไข่ต้ม+เกลือ 1/2tsp a day)ไม่จัดดีต่อสุขภาพ แล้วอ่านหนังสือได้ดี
- งดอาหารปรุงรส จะมีรู้สึกงอแงในช่วงแรก(ยังเผลอไปกินบ้างเป็นเรื่องปกติ) แต่พอชินแล้ว ก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกขาดอะไร ตราบใดที่ยังได้รับสารอาหารคุณภาพครบถ้วน
-
อาหารปัจจุบัน: เบอร์รี่ Mixed 150g, Yoghurt, Nutto, Cheese 1tbsp, Butter 2tbsp, ถั่วรวม 6-8 ชนิด 160g, ไข่ไก่ 9 ฟอง, Olive oil 2 tbsp /Coconut milk 250g, 3-4 Tomato/Cucumber
- ลำดับการกินเป็นดังนี้(
AIแนะนำ 🧐)- Nutto + ไข่ 9 ฟอง + Butter 2tbsp
- AI ว่า นัตโตะและไข่ มี zinc, iron แนะนำให้กินก่อน เพราะ ถ้ากินกับ yoghurt, cheese ที่มี calcium จะไม่ถูกดูดซึม
- ย่อยง่าย เคลียร์กระเพาะเร็ว
- เบอร์รี่ Mixed 150g, 3-4 Tomato/Cucumber, Yoghurt, Cheese 1tbsp
- เน้น calcium, วิตามินรวม, probiotic, antioxidant
- ถั่วรวม 6-8 ชนิด 160g + Olive oil 2 tbsp/Coconut milk 250ml
- ใส่น้ำมันมะกอก อร่อยขึ้น, กะทิตามโอกาส
- กินทีหลัง เพราะ ใช้เวลาย่อยนาน เคลียร์กระเพาะช้า และ เพื่อหลีกเลี่ยง phytic acid ในพืชตระกูลถั่ว มาขวางการดูดซึมแร่ธาตุของอาหารอื่นๆ
- ถั่วต้มเดือด แล้วแช่ทิ้งไว้ 1 ชม แล้วเปลี่ยนน้ำ(ล้าง phytic acid ออกให้หมด) ต้มเดือดด้วยไฟอ่อนต่อ 30 นาที
- Nutto + ไข่ 9 ฟอง + Butter 2tbsp
- ลำดับการกินตามความสะดวก(AI บอกไม่ต้องกังวล ร่างกายสามารถจัด balance และปรับระบบการดูดซึมได้)
Probiotics mixเบอร์รี่ Mixed 150g, Yoghurt, Cheese 1tbsp, Nutto, Butter 2 tbspDense Macro nutrientไข่ 9 ฟอง + ถั่วรวม 6-8 ชนิด 160g + ราด Olive oil 2 tbsp(Coconut milk 250ml if available)Less dense nutrition3-4 Tomato/Cucumber(ถ้ามี ทดแทนผักใบเขียว)
- ลำดับการกินเป็นดังนี้(
- อาหารที่ปรุงรสจัดๆ โดยเฉพาะหวานจัด เพราะ จะกระตุ้นความรู้สึก(กระตุ้น dopamine) และดึงดูดสมาธิจากหนังสือ ทำให้โฟกัสแย่ลง พอโฟกัสแย่ลง คิดอะไรไม่ออก ก็จะหนีไปดูการ์ตูน หาสิ่งบันเทิงเบาสมองทำ(กระตุ้น dopamine เพิ่มไปอีก) และแม้จะกินเสร็จแล้ว หลุดดูสิ่งบันเทิงแล้ว แต่ dopamine baseline พังไปแล้ว จะกลับมาอ่านหนังสือต่อ ก็โฟกัสได้ยากในช่วงเวลาที่เหลือของวัน
อย่าลืม pencil push up 20 ครั้ง ก่อนทำงาน/อ่านหนังสือ
- สำคัญมาก เพื่อเป็นการ warm up สายตา ให้ทำงานที่ใช้สายตาได้อย่างคล่องแคล่ว โฟกัสได้แม่นยำ ไม่ต่างจากนักกีฬา ที่ต้องวอร์มกล้ามเนื้อส่วนที่ต้องใช้ ก่อนลงแข่ง